จำนวนผู้เข้าชม : 3357 ครั้ง
End Page
 
 
ALL NEW D MAX TURBO คู่ เกียร์ซิ่ง BEST RECORD 9.2 Sec.

รถตัวแรงคันนี้ มีผลงานแข่งในรูปแบบการแข่งขันแดร็กได้สุดยอดคันหนึ่งก็คือเจ้า ALL NEW D- MAX ที่โมดิฟายมาในสเต็ปเทอร์โบใหญ่ เกียร์ซิ่ง ผลงานจาก โอ๊ต อู่ช่างขวัญ ส่วนขั้นตอนการโมดิฟายของ ALL NEW D MAX สีหวานแหววคันนี้มีอะไรกันบ้างไปดูกัน

เครื่อง 4JJ ใส้ในใหม่หมด สำหรับตัวแข่งคันนี้ว่ากันในสเต็ปของเทอร์โบใหญ่ ดังนั้นพื้นฐานของเครื่องยนต์จึงมาแบบใหญ่มาแต่เกิด ไม่ต้องมาขยายกันให้เสียเวลา กับขุมพลัง 4JJ ที่มากับพิกัดความจุ 3000ซี.ซี. จากนั้นก็จัดการเสริมความแกร่งให้กับชิ้นส่วนภายในด้วยลูกสูบไซส์ 75 ประกอบเข้ากับก้านสูบ ECU SHOP ขณะที่แคมชาร์ฟเพิ่มองศาตามสูตรของ โอ๊ต อู่ช่างขวัญ เอง ส่วนทางด้านของท่อนบนได้มอบหมายให้ไก่ชิมวาล์ว ดูแล
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การเพิ่มพลังลมบูสต์ จาก การอัดด้วยเทอร์โบเดี่ยว ที่มีข้อจำกัดบูสต์ได้อย่างมากก็ราว 70-80 ปอนด์เท่านั้น ทาง โอ๊ต อู่ช่างขวัญ จึงจัดการออกแบบท่อไอเสียแยกออกมาอัดเข้าเทอร์โบ 2 ตัว ในแบบอนุกรม โดยตัวแรกเลือกใช้เทอร์โบยอดนิยมรหัส TD 08 ที่จับคู่มากับโข่งหลังเบอร์ 70 ส่วนอีกลูกหนึ่งใช้เทอร์โบ AR 66 ประกบโข่งหลัง 123 งานนี้ทำให้สามารถเพิ่มพลังบูสต์ได้มากกว่า 100 ปอนด์เลยทีเดียว ด้านของการเพิ่มความหนาแน่นของอากาศจาก เทอร์โบ มอบหมายหน้าที่ให้กับชุดอินเตอร์น้ำ ที่มีประสิทธิภาพในการลดความร้อนได้รวดเร็วกว่า อินเตอร์แบบอากาศ ส่วนท่อไอเสียใช้ท่อขนาด 3 นิ้ว ยิงตรงออกด้านข้าง

กล่อง STAND ALONE ในเรื่องของเชื้อเพลิงที่จะป้อนเข้าไปยังห้องเผาไหม้มีการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นปั๊ม BOSCH 044 ถึง 2 ตัว โดยมีเรกูเรเตอร์ AEROMOTIVE ทำหน้าที่คุมแรงดันให้ต่อเนื่อง ส่วนปั๊มเชื้อเพลิงใช้เป็นปั๊มแบบ 2 โรเตอร์ แต่ว่าจัดการพ่วงการทำงานเป็น 2 ตัวตามสูตรของ อู่ช่างขวัญ ด้านหัวฉีดมีการไล่องศาการฉีดใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นตามสเปกของอู่ช่างขวัญอีกเช่นกัน และสุดท้ายในเรื่องของกล่องควบคุมยังคงไว้วางใจกับกล่อง STAND ALONE ของ ECU SHOP ซึ่งทาง โอ๊ต อู่ช่างขวัญ เป็นผู้ลงมือจูนเอง โดยอัตราการบูสต์ของ ALL NEW D-MAX คันนี้อยู่ที่ราว 110 ปอนด์เลยทีเดียว

เกียร์ JERICO คลัตช์ BRC มาถึงเรื่องของระบบส่งกำลังมาในแบบของเกียร์ซิ่ง ซึ่งก็เลือกใช้เกียร์ระดับเทพอย่าง JERICO 5 สปีด โดยเพิ่มความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ด้วยระบบ AIRSHIFT นอกจากนี้ยังเพิ่มกำลังการจับของคลัตช์ด้วยตลัตท์ BRC ขนาด 11 นิ้ว ส่วนเฟืองท้ายลงตัวด้วยอัตราทด 3.1

ด้านล้อหลังไล่มาใช้เป็นยาง M/T ขนาด 31.0 x 10.5-15 นิ้ว รัดอยู่กับล้อ WELD ขณะที่ล้อหน้ายังคงเป็นล้อ WELD รัดไว้ด้วยยางขนาด 26.0 x 4.5-15 และเพื่อความมั่นใจในการชะลอความเร็วยังได้เปลี่ยนเบรกมาใช้เป็นชุดเบรกจาก STRANGE
ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้ตัวแข่งทางตรงสามารถทำเวลาได้ดีก็คือการเซ็ตช่วงล่างให้สามารถออกตัวได้ดีและวิ่งได้ตรงที่สุด จึงออกมาเป็นระบบ A ARM โดยโช้คหลังเพิ่มประสิทธิภาพด้วยโช้ค KONI DRAG ที่บรรดานักเลงแดร็กให้ความไว้วางใจ

ในด้านของรูปโฉมภายนอก มาในรูปแบบของรถปิกอัพตอนครึ่ง โดยส่วนหัวทำการลดน้ำหนักด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนทั้งกันชน แก้มหน้าซ้าย-ขวา รวมถึงฝากระโปรงหน้า ไปจนถึงประตูและส่วนของแค็ป ส่วนกระบะท้ายทำเป็นสีชมพูลดความโหด บนกระบะท้ายมีค้ำ X BAR และเป็นที่วางของถังน้ำมัน ที่จะเห็นปั๊มติ๊กวางไว้นอกถังชัดเจน รวมถึงมีถังน้ำแข็งเอาไว้เพิ่มประสิทธิภาพของ อินเตอร์น้ำด้วย นอกจากนั้นยังย้ายเอาหม้อน้ำที่มาพร้อมพัดลมไฟฟ้ามาวางไว้ที่บนหลังกระบะ ส่วนในห้องโดยสารจัดการลดน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแรงด้วยโรลบาร์ แผงหน้าปัดสำหรับติดตั้งเกจ์วัดออกแบบใหม่เหลือไว้เท่าที่จำเป็น
















 



ผู้แต่ง / แหล่งที่มา : นิตยสารรถ Weekly  
 ผู้บันทึก : กองบรรณาธิการ
date : [ 29 ส.ค. 2557 ]
 


 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 
   
   
 
   
 
 
 
 
ขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด
   Copyright © 2013 :By media ltd.

Warning: mysql_close(): no MySQL-Link resource supplied in /home/rodweekl/domains/rodweekly.com/public_html/modicar_detail.php on line 942