จำนวนผู้เข้าชม : 46 ครั้ง
End Page
 
 
เรื่องไม่เบาของ“เบาหวาน”

 สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติได้เปิดเผยสถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน พบว่าปี 2558 ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 415 ล้านคน ทุก ๆ 6 วินาที มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1 ราย และคาดการณ์ว่าในปี 2588 จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 642 ล้านคน
          แม้จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แต่ผู้เป็นโรคนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานให้น้อยลงได้
          นายแพทย์จิระพงศ์ อุกะโชค แพทย์อายุรศาสตร์ โรคระบบต่อมไร้ท่อ (เบาหวาน-ไทรอยด์) โรงพยาบาลนนทเวช ได้นำความรู้เรื่องโรคเบาหวาน พร้อมวิธีหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคดังกล่าว มาบอกเล่าให้ฟัง นายแพทย์จิระพงศ์อธิบายว่า โรคเบาหวานคือโรคที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่ตลอดเวลา
          สำหรับโรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประเภทที่ 1 พบในเด็กและวัยรุ่น พบมากในชาวตะวันตก กลุ่มนี้ร่างกายขาดอินซูลินถาวร ต้องพึ่งการฉีดอินซูลินตลอดชีวิต ร่างกายค่อนข้างผอม ประเภทที่ 2 พบในผู้ใหญ่ เป็นเบาหวานที่พบได้ทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานของไทยส่วนใหญ่อยู่ในประเภทนี้ เกิดจากร่างกายดื้อต่ออินซูลิน คนไข้มักจะอ้วน ประเภทที่ 3 เบาหวานที่พบระหว่างการตั้งครรภ์ เป็นผลจากฮอร์โมนของการตั้งครรภ์ ภาวะของโรคจะดีขึ้นหลังคลอด แต่คุณแม่จะมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานได้อีกประเภทที่ 4 เกิดจากโรคต่อมไร้ท่อ ร่างกายสร้างสเตียรอยด์มากไป หรือการใช้ยาบางอย่างที่มีสเตียรอยด์ อาการจะดีขึ้นเมื่อรักษาหรือหยุดยา
          แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอันตรายว่าอาจจะเป็นเบาหวาน นายแพทย์นพ.จิระพงศ์ ให้คำแนะนำในการสังเกตอาการว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอาการกระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยและปัสสาวะปริมาณมาก ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ส่งผลให้อ่อนเพลียและน้ำหนักลดลง บางรายถึงขั้นไตวายและเสียชีวิต ผู้ป่วยบางรายจะมีผื่นอับชื้นที่เกิดจากเชื้อราตามซอกพับ มีตกขาว ตาพร่ามัว และชาตามปลายมือปลายเท้า
          โรคแทรกซ้อนน่ากังวล
          สิ่งที่น่าวิตกและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานคือ โรคแทรกซ้อนเรื้อรัง ที่พบได้บ่อยคือ
โรคแทรกซ้อนเรื้อรังของเบาหวานในจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาเสื่อม มีเลือดออกในดวงตา ส่งผลให้ตาบอด ซึ่งหากมีการตรวจคัดกรองพบภาวะเบาหวาน จะช่วยป้องกันภาวะตาบอดได้
          โรคแทรกซ้อนเรื้อรังของเบาหวานที่ไต พบโปรตีนปะปนออกมากับปัสสาวะ หากปล่อยไว้ไม่รักษา ไตจะทำงานได้น้อยลงและเกิดภาวะไตวายในที่สุด ซึ่งสามารถตรวจคัดกรองได้จากการตรวจปัสสาวะ
          โรคเส้นประสาทชา คนไข้จะไม่มีความรู้สึก เมื่อเกิดการกระทบกระแทกทางร่างกายจึงไม่รู้สึกเจ็บ ทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย และบาดแผลรักษาได้ยาก เนื่องจากการหมุนเวียนของโลหิตไม่ดี ในบางรายแม้ไม่มีบาดแผลก็พบอาการเลือดไม่ไหลเวียน จึงมีคนไข้ที่ต้องสูญเสียอวัยวะไปจำนวนมาก
          นอกจากนี้ยังพบอาการอัมพาตและโรคหัวใจได้บ่อยในคนไข้เบาหวาน ซึ่งคนไข้เบาหวานที่เป็นโรคหัวใจจะไม่มีอาการเจ็บเตือน ทำให้เกิดอาการหัวใจวายฉับพลัน รวมถึงมีความเสี่ยงจะเกิดโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
          ส่วนผู้ที่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เป็นโรคเบาหวานคือ ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป มีภาวะอ้วนลงพุง (ผู้ชายรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร และผู้หญิงเกิน 80 เซนติเมตร) ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมเคลื่อนไหวน้อย ซึ่งพนักงานออฟฟิศก็ถือว่ามีภาวะเสี่ยงเช่นกัน รวมถึงผู้ป่วยที่ใช้ยาเสตียรอยด์ และผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน หรือคนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงหลักของเบาหวานคือพันธุกรรม ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องควรตรวจคัดกรองเบาหวาน
          ปรับพฤติกรรมเลี่ยงเบาหวาน
          หากไม่อยากเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ทุกคนสามารถปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเบาหวานได้โดย ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวต่อเนื่องจนมีเหงื่อซึม หัวใจเต้นแรง อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป สัปดาห์ละ 5 วัน ซึ่งการออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวาน หรือชะลอการเป็นเบาหวานออกไปได้
          ระมัดระวังการบริโภคอาหาร โดยเฉพาะประเภทแป้งและน้ำตาลเพื่อไม่ให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง และสำหรับผู้ป่วยจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของโภชนากรเพื่อการรักษาที่ได้ผล
          สุดท้ายคุณหมอแนะนำผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ซึ่งสามารถทำได้ 3 วิธี คือ การตรวจน้ำตาลก่อนรับประทานอาหารเช้า โดยงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนการตรวจเลือด การตรวจเลือด ณ เวลาใด ๆ ก็ได้ โดยไม่ต้องงดอาหาร และการตรวจน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดแดง เพราะพบภาวะโรคเบาหวานแต่เนิ่น ๆ จะสามารถทำการรักษาและป้องกันโรคแทรกซ้อนได้ทันท่วงที



ผู้แต่ง / แหล่งที่มา : www.rodweekly.com  
 ผู้บันทึก : รถweekly
date : [ 17 ก.ย. 2560 ]
 


 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 
สาระน่ารู้
ข่าวรถมือสอง
Kia Soul EV รถพลังงานไฟฟ้าค่าตัว 2,297,000 บาท

ข่าวรถมือสอง
เทคนิคและวิธีการล้างรถ

ข่าวรถมือสอง
ข้อควรรู้ในการขับรถ"เกียร์ธรรมดา"

ข่าวรถมือสอง
ข้อควรรู้ในการดูแลรถยนต์ที่รัก

ข่าวรถมือสอง
ข้อควรรู้ในการขับรถระบบเกียร์ออโต้

ข่าวรถมือสอง
ขอเชิญร่วมประกวดแต่งคำขวัญ “วันไตโลก”ประจำปี 2561

ข่าวรถมือสอง
‘ไฟโตนิวเทรียนท์’ สารอาหารฟังก์ชั่นในผักและผลไม้

ข่าวรถมือสอง
แสงแดดเป็นอันตรายต่อดวงตา

ข่าวรถมือสอง
เรื่องไม่เบาของ“เบาหวาน”

ข่าวรถมือสอง
รถอีโคคาร์มือสอง..คำตอบที่ใช่สำหรับคนเมือง

ข่าวรถมือสอง
ผู้ขับขี่แก้ไขจุดบอดในการมองกระจกมองข้างและกระจกหลังอย่างถูกวิธี…ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ

ข่าวรถมือสอง
ปภ.แนะผู้ขับขี่เรียนรู้หลักใช้สายตามองเส้นทางขณะขับรถ…ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ

ข่าวรถมือสอง
กรมควบคุมโรค แนะประชาชนดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากไข้หวัดใหญ่

ข่าวรถมือสอง
โครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม หนึ่งในโครงการที่ สสส. ผลักดันเพื่อส่งเสริมให้คนไทยกินผักผลไม้

ข่าวรถมือสอง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมใช้ใบสั่งแบบใหม่ ธ.ค.นี้

   
   
 
   
 
 
 
 
ขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด
   Copyright © 2013 :By media ltd.