จำนวนผู้เข้าชม : 198 ครั้ง
End Page
 
 
ควรรู้! ง่วงแล้วขับ อันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเมาแล้วขับ

หลายหน่วยงานรณรงค์ป้องกันการเมาแล้วขับกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า การง่วงแล้วขับก็มีอันตรายไม่แพ้กันเลย

สมาคมยานยนต์อเมริกาเพื่อความปลอดภัยบนถนนระบุว่า 10% ของผู้ขับขี่รถชาวอเมริกันยอมรับว่าเคยงีบหลับขณะนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ขณะที่การสำรวจของอังกฤษระบุว่า 1 ใน 8 ของผู้ขับขี่ชาวเมืองผู้ดียอมรับว่าเคยหลับขณะขับขี่กินเวลานานสูงสุดถึง 30 วินาทีเลยทีเดียว

อาการง่วงงุนลดความสามารถในการขับขี่ไม่ต่างจากการดื่มสุรา เพราะทำให้มีอาการตื่นตัวน้อยลงและไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์เบื้องหน้าได้อย่างทันท่วงที นั่นหมายความว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มากขึ้นด้วยถึงแม้คนขับจะยังไม่หลับในก็ตาม

อุบัติเหตุ 1 ใน 5 ที่เกิดจากการง่วงแล้วขับมักนำไปสู่การบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต โดยความง่วงขณะขับขี่มักเกิดขึ้นในช่วงความเร็วสูงบนถนนโล่งยาว เกิดกับผู้ชายอายุระหว่าง 16 – 24 ปีมากที่สุด และส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 5 ทุ่มถึง 8 โมงเช้า ตัวรถมักเฉออกนอกช่องจราจรและผู้ขับขี่ไม่มีสติมากพอที่จะควบคุมรถหรือเบรก

อาการง่วงนอนขณะขับขี่มักเกิดกับคนที่ทำงานจนเมื่อยล้าและไม่ได้พักผ่อน พนักงานที่เข้ากะติดต่อกันหรือคนที่รับประทานยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน โดยมักมีอาการนำมาก่อน อย่างการหาวนอน การเฉออกนอกเลนโดยไม่รู้ตัว การขับเข้าใกล้คันหน้ามากเกินไป และการหลงลืมป้ายจราจร ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ หรือรู้สึกตัวว่าง่วงนอนเมื่อไหร่ ให้รีบนำรถเข้าจอดข้างทางที่ปลอดภัยทันที

สมาคมป้องกันอุบัติเหตุของอังกฤษระบุว่า กาแฟ 2 แก้วและการงีบหลับ 15 นาทีเป็นวิธีที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความง่วงนอน ขณะที่การเปิดวิทยุ เปิดกระจก หรือการพูดคุยกับผู้โดยสารไม่ได้ช่วยให้หายง่วงนอนได้มากเท่าที่ควร

ขณะเดียวกัน ควรขับขี่ในช่วงเวลาทำงานปกติหรือเวลาสว่าง และหลีกเลี่ยงการขับระหว่างเที่ยงคืนจนถึง 6 โมงเช้า วางแผนการเดินทางให้มีการพักเบรกทั้งคนและรถเป็นเวลา 15 นาทีในทุก 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะออกเดินทางไกลควรหลับพักผ่อนให้เพียงพอหรืออย่างน้อย 7 ชั่วโมง และควรมี “พลขับ” สำรองที่คอยสลับหน้าที่ขับกันไป



ผู้แต่ง / แหล่งที่มา : นิตยสารรถ WEEKLY  
 ผู้บันทึก : กองบรรณาธิการ
date : [ 30 พ.ย. 2558 ]
 


 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 
สาระน่ารู้
ข่าวรถมือสอง
อาการเครื่องยนต์กินเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ..เกิดขึ้นจากอะไร ไปหาสาเหตุที่แท้จริงกันเลย

ข่าวรถมือสอง
อย่ามองข้าม...โรคหวัด (cold) โรคสุดฮิตตลอดปี

ข่าวรถมือสอง
รู้ยัง เราควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อไหร่

ข่าวรถมือสอง
ออกรถใหม่ ควรเช็คอะไรบ้าง??

ข่าวรถมือสอง
5 สิ่งไม่ควรทำขณะเติมน้ำมัน

ข่าวรถมือสอง
4 ข้อห้าม!! ในการล้างรถ

ข่าวรถมือสอง
เข็มขัดนิรภัย เรื่องใกล้ตัวที่ต้องรู้ ดูไว้...และใช้ให้เป็นนิสัย

ข่าวรถมือสอง
อาการจากพวงมาลัย..บอกอะไรเราได้บ้าง

ข่าวรถมือสอง
ดูแลแอร์รถยนต์ แบบง่าย ๆ ไร้กลิ่นอับ

ข่าวรถมือสอง
ไฟตัดหมอกใช้อย่างไร

ข่าวรถมือสอง
เคยรู้ไหม ? ขี้นก คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายสีรถคุณ อย่างไร ?

ข่าวรถมือสอง
หยุดด่วน! 5 พฤติกรรมอันตรายที่ทำร้ายรถคุณโดยไม่รู้ตัว

ข่าวรถมือสอง
เรื่องของล้อแม็ก…ทำไมต้องเลือกเบาไว้ก่อน?

ข่าวรถมือสอง
ความสำคัญของไส้กรองอากาศรถยนต์

ข่าวรถมือสอง
ตรวจเช็ก “โช้คอัพ” รถยนต์ให้เกาะถนน

   
   
 
   
 
 
 
 
ขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด
   Copyright © 2013 :Yes media ltd. , พัฒนาโปรแกรมโดย : วิฑูรย์ จันทน์มุข